BEHAP WELLNESS · INMODE

โปรแกรม IgniteRF

ภาพเครื่อง IgniteRF จาก InMode เห็นหน้าจอและชื่อ IGNITE RF บนตัวเครื่อง
ภาพเครื่อง IgniteRF จาก InMode

ดูแลความหย่อนคล้อย
ทั้งกรอบหน้าและรูปร่าง

กรอบหน้าที่เริ่มไม่ชัด ใต้คางที่ดูเต็ม หรือต้นแขนและหน้าท้องที่หย่อนคล้อย อาจต้องดูแลลึกกว่าผิวด้านนอก โปรแกรม IgniteRF มีหัวรักษาที่ส่งพลังงาน RF ใต้ผิว เพื่อช่วยกระชับเนื้อเยื่อและดูแลรูปทรงของบริเวณนั้น

สำรวจบริเวณที่ต้องการดูแล
QUANTUMRFFACETITE / ACCUTITEBODYTITE

01 / IGNITERF EXPLAINED

IgniteRF
คืออะไร?

IgniteRF คือแพลตฟอร์มของ InMode ที่ใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) และเปลี่ยนหัวรักษาได้หลายแบบ เพื่อดูแลเนื้อเยื่อและบริเวณที่ต่างกัน

หัวรักษา QuantumRF, FaceTite, AccuTite และ BodyTite ส่งพลังงานผ่านอุปกรณ์ขนาดเล็กที่สอดเข้าไปใต้ผิวผ่านแผล ความร้อนช่วยให้เนื้อเยื่อหดตัว จึงใช้ดูแลความหย่อนคล้อยและรูปทรง หลังทำต้องดูแลแผลและวางแผนพักฟื้น

แพลตฟอร์มนี้ยังรองรับ Morpheus8 Burst ซึ่งส่ง RF ผ่านชุดเข็มขนาดเล็ก วิธีส่งพลังงานและการดูแลหลังทำจึงต่างจากหัวรักษากลุ่มที่สอดอุปกรณ์ใต้ผิว

SEE HOW IT WORKS

เห็นภาพการส่งพลังงานใต้ผิว

แอนิเมชัน · 4:35 นาที

แอนิเมชันการทำงานของ RF ใต้ผิว

วิดีโอจาก InMode Australia · อธิบาย RFAL (Radiofrequency-Assisted Liposuction) หรือการดูดไขมันร่วมกับพลังงาน RF และ BodyTite Turboดูแหล่งวิดีโอ ↗

เปิดคลิปจากต้นทาง ↗

02 / FACE & BODY

อยากดูแลบริเวณไหน?

เลือกบริเวณที่คุณสนใจ เพื่อดูว่าปัญหาที่พบอาจเกี่ยวข้องกับผิวหรือไขมันอย่างไร ก่อนตรวจประเมินเพื่อเลือกวิธีดูแล

เลือกปัญหาหรือบริเวณที่สนใจ

FACE / กรอบหน้า

กรอบหน้าไม่ชัด
จากผิวหย่อนหรือไขมัน?

กรอบหน้าที่ไม่ชัดอาจเกี่ยวข้องกับผิวหรือเนื้อเยื่อใต้ผิวที่หย่อน รวมถึงปริมาณไขมันในบริเวณนั้น แพทย์จะตรวจหาสาเหตุก่อนเลือกวิธีดูแล เพราะหากมีไขมันบนใบหน้าน้อยอยู่แล้ว การลดไขมันเพิ่มอาจไม่เหมาะสม

ดูความต่างของแต่ละแนวทาง ↓

03 / WHEN TO CONSIDER IGNITERF

จากระดับความหย่อน สู่การเลือกวิธีดูแล เมื่อไหร่ควรพิจารณา
IgniteRF?

ความหย่อนเล็กน้อยกับผิวส่วนเกินที่ห้อยชัดเจนต้องการการดูแลต่างกัน ภาพรวมด้านล่างช่วยให้เห็นว่า IgniteRF อยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับการกระชับแบบอื่น

01

ผิวหย่อนเล็กน้อยถึงปานกลาง

ส่ง RF จากหัวที่สัมผัสผิว

MONOPOLAR RF · ไม่ใช้เข็ม

เริ่มจากการกระชับผ่านผิวด้านนอก

อ่านแนวทางนี้

ผิวที่หย่อนเล็กน้อยถึงปานกลางและยังไม่มีผิวส่วนเกินมาก อาจเริ่มดูแลด้วย Monopolar RF แบบไม่มีเข็ม เช่น XERF ซึ่งส่งพลังงานจากหัวรักษาที่สัมผัสผิว

แพทย์เลือกแนวทางนี้โดยพิจารณาความหนาของเนื้อเยื่อและบริเวณที่ต้องการกระชับ [1]

02

ผิวหย่อนปานกลาง
มีปัญหาคุณภาพผิวร่วมด้วย

ส่ง RF ผ่านชุดเข็มเป็นจุด ๆ

FRACTIONAL RF · แบบเข็ม

ดูแลความกระชับควบคู่กับคุณภาพผิว

อ่านแนวทางนี้

หากมีความหย่อนร่วมกับริ้วรอยหรือผิวไม่เรียบ Fractional RF แบบเข็มช่วยส่งพลังงานเป็นจุด ๆ ตามความลึกที่เลือก เพื่อดูแลทั้งคุณภาพผิวและความกระชับ

กลุ่มนี้มีทั้ง Monopolar และ Bipolar RF โดย Morpheus8 Burst เป็นชนิด Bipolar ที่ทำงานได้ในผิวและเนื้อเยื่อใต้ผิวตามหัวรักษาและการตั้งค่า หลังทำต้องเผื่อเวลาดูแลผิว [2]

04

ผิวหย่อนมาก
มีผิวส่วนเกินมาก

ประเมินการจัดการผิวส่วนเกิน

SURGICAL ASSESSMENT

เปรียบเทียบกับการผ่าตัดจัดการผิวส่วนเกิน

อ่านแนวทางนี้

ผิวส่วนเกินที่ห้อยหรือพับชัด โดยเฉพาะหลังน้ำหนักลดมาก อาจกระชับด้วย RF ได้ไม่เพียงพอ จึงควรประเมินว่าจำเป็นต้องตัดผิวส่วนเกินออกหรือไม่

ศัลยแพทย์จะช่วยเปรียบเทียบผลที่คาดหวัง แผล และการพักฟื้นของแต่ละทางเลือก [5]

การแบ่งระดับนี้เป็นแนวทางเริ่มต้น วิธีที่เหมาะสมยังขึ้นกับคุณภาพผิว ไขมัน ผิวส่วนเกิน และบริเวณที่ทำ บางคนใช้วิธีเดียว บางคนใช้ร่วมกัน จึงไม่ใช่ลำดับขั้นที่ทุกคนต้องทำตาม

กลับไปดูบริเวณที่ต้องการดูแล ↑
ภาพประกอบขาวดำของลำตัวผู้หญิงที่เห็นผิวหน้าท้องหย่อนคล้อย

FAT & SKIN LAXITY

ไขมันสะสมกับผิวหย่อนต้องดูแลส่วนไหนบ้าง?

ใต้คางที่ดูเต็มหรือต้นแขนที่หย่อนอาจเกี่ยวข้องกับทั้งไขมันสะสมและความหย่อนของเนื้อเยื่อ การดูแลจึงเริ่มจากแยกว่าอะไรทำให้รูปทรงเปลี่ยน แล้วเลือกว่าจะลดปริมาตร กระชับ หรือใช้สองวิธีร่วมกัน

เปรียบเทียบสองวิธี

04 / IGNITERF & LIPOSUCTION

IgniteRF ต่างจาก
การดูดไขมันอย่างไร?

ภาพเครื่อง IgniteRF จาก InMode

การดูดไขมันลดปริมาตรด้วยการนำไขมันออก ส่วน RF ใต้ผิวช่วยกระชับเนื้อเยื่อ ทั้งสองวิธีจึงใช้เดี่ยวหรือร่วมกันได้ตามปัญหาของบริเวณที่ทำ

SUBDERMAL RF · IGNITERF

กระชับ
เนื้อเยื่อ

หัวรักษา เช่น QuantumRF, FaceTite, AccuTite และ BodyTite ส่ง RF ให้เกิดความร้อนในเนื้อเยื่อใต้ผิว ช่วยให้เนื้อเยื่อหดตัว โดยขั้นตอนกระชับด้วย RF แยกจากขั้นตอนนำไขมันออก [2]

ภาพจำลองชั้นผิวและเส้นใยคอลลาเจน แสดงบริเวณที่ได้รับความร้อนจาก RF ใต้ผิว
RF ให้ความร้อนแก่เนื้อเยื่อ ช่วยให้หดตัว และกระตุ้นการสร้างและปรับโครงสร้างคอลลาเจนในระยะต่อมา

LIPOSUCTION

นำไขมัน
ออก

ใช้ท่อดูดนำไขมันส่วนเกินออกเพื่อปรับสัดส่วนและรูปร่าง ผิวจะหดกลับได้มากน้อยเพียงใดขึ้นกับความยืดหยุ่นเดิม หากผิวหย่อนอยู่แล้ว การลดไขมันอย่างเดียวอาจยังไม่ตอบโจทย์เรื่องความกระชับ [1]

ภาพจำลองไขมันเข้าสู่ช่องด้านข้างของท่อดูด ลูกศรแสดงทิศทางการนำไขมันออกผ่านท่อ
ไขมันเข้าสู่ช่องด้านข้างของท่อดูด และถูกนำออกผ่านภายในท่อ
ภาพจำลองกลไก · ที่มาภาพ

ภาพประกอบสร้างด้วย AI โดยใช้ภาพเครื่องมือจริงเป็นข้อมูลอ้างอิง ไม่ใช่ภาพหัวรักษารุ่นใดโดยเฉพาะ ภาพเครื่องมือ: RobozTech / Wikimedia Commons · ภาพดัดแปลงสองภาพนี้ใช้สัญญาอนุญาต CC BY-SA 4.0

VOLUME + TISSUE CONTRACTION

เมื่อมีทั้งไขมันสะสม
และผิวหย่อนคล้อย

หากมีทั้งไขมันสะสมและผิวหย่อน แพทย์อาจใช้สองวิธีร่วมกัน เพื่อดูแลทั้งปริมาตรและความกระชับ เช่น การใช้ BodyTite ร่วมกับการดูดไขมันบริเวณต้นแขนที่มีรายงานการศึกษา [3]

หากไขมันไม่มาก แผนอาจเน้นการกระชับเนื้อเยื่อ ส่วนผู้ที่มีไขมันสะสมเป็นหลักและผิวยังยืดหยุ่นดี อาจเน้นการดูดไขมัน หากมีผิวส่วนเกินมาก ควรเปรียบเทียบกับการผ่าตัดจัดการผิวส่วนเกินด้วย

ดูบริเวณที่คุณอยากดูแล

05 / CLINICAL RESEARCH

งานวิจัยรายงานผล
ไว้อย่างไร?

งานศึกษาต่อไปนี้รายงานผลด้านรูปทรง ความกระชับ และคุณภาพผิว จากการใช้ RF ใต้ผิวร่วมกับวิธีอื่น โดยแต่ละงานใช้หัวรักษาและวิธีประเมินต่างกัน

BODYTITE + LIPOSUCTION · ต้นแขน · ติดตามผล 6 เดือน

87%

พึงพอใจกับ
รูปทรงต้นแขน

ผู้ตอบแบบสอบถามรายงานความพึงพอใจต่อรูปทรงต้นแขนหลังทำ BodyTite ร่วมกับการดูดไขมัน

85%

พึงพอใจกับ
ความกระชับของผิว

ผู้ตอบแบบสอบถามรายงานความพึงพอใจต่อระดับความกระชับของผิว หลังทำด้วยวิธีเดียวกัน

ประเมินที่ 6 เดือนหลังทำ · ผู้ตอบแบบสอบถาม 27 คน จากผู้รับการรักษา 40 คน [1]

ผลนี้เป็นความพึงพอใจต่อการทำ BodyTite ร่วมกับการดูดไขมัน ไม่ใช่ผลของ RF เพียงอย่างเดียว

FACETITE / ACCUTITE + MORPHEUS8

ความกระชับ
+ คุณภาพผิว

งานของ Stein และคณะ ปี 2025 รายงานการหดกระชับของเนื้อเยื่อและคุณภาพผิวที่ดูดีขึ้น จากแนวทางดูแลใบหน้าและลำคอด้วย FaceTite หรือ AccuTite และ Morpheus8 โดยเลือกใช้เดี่ยวหรือร่วมกันตามบริเวณ [2]

อ่านวิธีศึกษาและขอบเขตของผลลัพธ์

ตัวเลข 87% และ 85% รวมระดับพึงพอใจ พึงพอใจมาก และพึงพอใจอย่างยิ่ง จากเปอร์เซ็นต์ที่งานวิจัยรายงาน โดยมีผู้ตอบแบบสอบถาม 27 คนจากผู้รับการรักษา 40 คน

งานของ Stein เป็นการทบทวนเคสย้อนหลัง และไม่ได้ใช้ตัวชี้วัดเชิงวัตถุเพื่อระบุขนาดของผลลัพธ์ จึงยังแยกไม่ได้ว่าผลที่เห็นมาจากแต่ละวิธีมากน้อยเพียงใด ส่วนงานต้นแขนเป็นการศึกษาที่ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบแบบดูดไขมันโดยไม่ใช้ RF และอาศัยแบบประเมินกับภาพก่อน–หลังเป็นส่วนสำคัญ

งานเหล่านี้ศึกษา FaceTite, AccuTite, Morpheus8 หรือ BodyTite ตามที่ระบุ ไม่ใช่งานศึกษาผลของ QuantumRF โดยตรง และงานของ Stein ไม่ได้ระบุว่าใช้ Morpheus8 Burst จึงต้องอ่านผลให้ตรงกับรุ่นอุปกรณ์และวิธีที่ศึกษา

บทความของ Stein เผยแพร่ในฉบับเสริมที่ InMode สนับสนุน และมีผู้เขียนหนึ่งท่านเป็นที่ปรึกษาของ InMode ส่วนผู้เขียนงานต้นแขนเป็นที่ปรึกษาของ Invasix ข้อมูลผลประโยชน์ทับซ้อนเหล่านี้เป็นบริบทประกอบการอ่านงานวิจัย

06 / FREQUENT QUESTIONS

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ IgniteRF

IgniteRF กับ Morpheus8 Burst ต่างกันอย่างไร?

IgniteRF เป็นแพลตฟอร์ม ส่วน Morpheus8 Burst เป็นหนึ่งในหัวรักษาที่ใช้กับแพลตฟอร์มนี้ โดยส่ง RF ผ่านชุดเข็มขนาดเล็กเพื่อดูแลคุณภาพผิวและความกระชับ และทำงานใต้ผิวได้ตามหัวรักษากับการตั้งค่า ส่วน QuantumRF, FaceTite, AccuTite และ BodyTite ใช้อุปกรณ์สอดใต้ผิวโดยตรง จึงมีวิธีทำและการฟื้นตัวต่างกัน อ่านเรื่อง Morpheus8 Burst

QuantumRF คือการดูดไขมันหรือไม่?

ไม่ใช่ขั้นตอนเดียวกัน QuantumRF ใช้ RF ใต้ผิวเพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อหดตัว หากต้องนำไขมันออก แผนรักษาต้องระบุขั้นตอนนั้นแยกต่างหาก ดูความต่างและการใช้ร่วมกัน

เจ็บไหม ต้องดมยาสลบหรือไม่?

การทำ RF ใต้ผิวต้องใช้การระงับความรู้สึก แพทย์เลือกวิธีตามบริเวณ ขนาดพื้นที่ที่ทำ และสุขภาพของผู้รับบริการ จึงไม่ใช่ทุกคนที่ต้องดมยาสลบ ก่อนนัดควรถามว่าจะใช้วิธีใด ต้องงดอาหารหรือไม่ และต้องมีคนมารับกลับหรือช่วยดูแลหลังทำอย่างไร ความรู้สึกระหว่างทำแตกต่างกันในแต่ละคน

ทำครั้งเดียวพอไหม ผลอยู่ได้นานเท่าไร?

จำนวนครั้งที่เหมาะสมขึ้นกับสภาพผิว บริเวณที่ทำ และการตอบสนองหลังทำ จึงยังบอกไม่ได้ว่าครั้งเดียวจะเพียงพอสำหรับทุกคน ผิวยังคงเปลี่ยนตามวัยและน้ำหนัก และไม่สามารถรับรองผลถาวรได้

ผิวหย่อนหลังลดน้ำหนัก เหมาะกับวิธีนี้ไหม?

ต้องแยกความหย่อนของเนื้อเยื่อออกจากปริมาณผิวส่วนเกิน หากมีผิวส่วนเกินมาก RF อาจให้การเปลี่ยนแปลงไม่เพียงพอ การประเมินกับศัลยแพทย์จะช่วยให้เปรียบเทียบทางเลือกได้ตรงกับเป้าหมาย

ต้องทำคู่กับ Morpheus8 เสมอหรือไม่?

ไม่จำเป็นต้องทำทุกวิธีที่อยู่บนระบบเดียวกัน หากแนะนำให้ทำร่วมกัน ควรเข้าใจว่าแต่ละวิธีดูแลปัญหาส่วนใด และมีผลต่อค่าใช้จ่ายกับการพักฟื้นอย่างไร

มีแผลเป็นหรือไม่?

การทำต้องมีแผลขนาดเล็กสำหรับสอดอุปกรณ์ จึงมีโอกาสเกิดรอยหรือแผลเป็นได้ การหายของแผลขึ้นกับตำแหน่งแผล เทคนิคการทำ การดูแลหลังทำ และการตอบสนองของแต่ละคน

คำว่า FDA cleared บอกอะไรได้บ้าง?

หมายถึงระบบผ่านกระบวนการพิจารณาของ FDA สหรัฐฯ สำหรับข้อบ่งใช้ที่ระบุไว้ จึงต้องตรวจให้ตรงทั้งรุ่น หัวรักษา และข้อบ่งใช้ คำนี้ไม่ได้รับรองผลลัพธ์เฉพาะบุคคล ความเหนือกว่าวิธีอื่น หรือสถานะการขึ้นทะเบียนในประเทศไทยโดยอัตโนมัติ

07 / HOW RF IS DELIVERED

แต่ละหัวส่ง RF
ใต้ผิวอย่างไร?

QuantumRF มีขั้วส่งพลังงานสองขั้วอยู่ที่ปลายอุปกรณ์ใต้ผิว RF จึงส่งผ่านเนื้อเยื่อระหว่างขั้วคู่นี้ โดยไม่ต้องมีขั้วแนบผิวด้านนอก

FaceTite / AccuTite / BodyTite ใช้ขั้วหนึ่งอยู่ใต้ผิว อีกขั้วแนบบนผิวด้านนอก RF จึงส่งผ่านเนื้อเยื่อระหว่างขั้วด้านในกับด้านนอก

เลือกชื่อหัวด้านล่างเพื่อดูภาพการทำงานของแต่ละแบบ

หลักการส่งพลังงาน QuantumRF ใต้ผิวภาพตัดขวางแบบย่อแสดงหนังกำพร้า หนังแท้ ไขมันใต้ผิว แนวพังผืด และกล้ามเนื้อ ปลายอุปกรณ์อยู่ในเนื้อเยื่อใต้ผิว QuantumRF มีขั้วทั้งสองอยู่ใต้ผิว ส่วนกลุ่ม RFAL ใช้ขั้วใต้ผิวร่วมกับขั้วภายนอก ภาพนี้ไม่ใช่แผนการรักษาหรือสัดส่วนทางกายวิภาคผิวด้านนอกหนังแท้ไขมันใต้ผิวกล้ามเนื้อขั้วทั้งสองอยู่ใต้ผิวขั้วภายนอกขั้วภายใน
หนังกำพร้าหนังแท้ไขมันใต้ผิวกล้ามเนื้อบริเวณส่งพลังงานในแผนภาพ

แผนภาพหลักการ ไม่ใช่สัดส่วนกายวิภาคหรือแผนการรักษา

PULSED BIPOLAR RF

QuantumRF

ส่ง RF เป็นจังหวะ หรือ Pulsed Bipolar RF ความร้อนที่เกิดขึ้นช่วยให้เนื้อเยื่อหดตัว

แพทย์กำหนดปริมาณพลังงานที่ส่งใต้ผิวเพื่อควบคุมการให้ความร้อนในบริเวณที่ทำ

ข้อมูลการทำงานของระบบ · FDA K251254 ↗
อ่านรายละเอียดหัวรักษาและขนาดอุปกรณ์ QuantumRF · FaceTite · AccuTite · BodyTite

QUANTUMRF

QuantumRF
10 และ 25 ต่างกันอย่างไร?

QuantumRF 10 และ 25 มีแกนส่งพลังงาน (cannula) ยาว 10 และ 25 ซม. ตามลำดับ เพื่อให้เลือกใช้กับพื้นที่ทำงานต่างกัน ตัวเลขนี้บอกความยาวอุปกรณ์ ไม่ใช่ความลึกใต้ผิว

เลือกดูภาพหัวรักษาจาก InMode หรือดูภาพตัวอย่าง QuantumRF 10 สำหรับใบหน้า และ QuantumRF 25 สำหรับต้นแขนกับต้นขา

ในตระกูลเดียวกันยังมี QuantumRF 17 ซึ่ง InMode แสดงเป็นตัวเลือกสำหรับบริเวณกว้าง ดู QuantumRF ทั้งตระกูล

ดูภาพตัวอย่าง QuantumRF ↓
ภาพหัว QuantumRF 10 จาก InMode
QuantumRF 10 · ภาพอุปกรณ์จาก InMode

FACETITE · ACCUTITE · BODYTITE

หัวรักษาแต่ละแบบ
ใช้กับบริเวณไหน?

FaceTite, AccuTite และ BodyTite ใช้หลักการส่ง RF แบบเดียวกัน แต่ขนาดและรูปทรงของหัวรักษาต่างกันตามพื้นที่ใช้งาน

ภาพหัว FaceTite สำหรับ IgniteRF จาก InMode
ภาพ FaceTite จาก InMode

FaceTite

ใช้ช่วยกระชับเนื้อเยื่อบริเวณใบหน้าส่วนล่างและลำคอ

ภาพหัว AccuTite สำหรับ IgniteRF จาก InMode
ภาพ AccuTite จาก InMode

AccuTite

หัวรักษาขนาดเล็กสำหรับบริเวณที่มีพื้นที่จำกัด โดยต้องเลือกตำแหน่งให้เหมาะกับโครงสร้างใต้ผิว

ภาพหัว BodyTite สำหรับ IgniteRF จาก InMode
ภาพ BodyTite จาก InMode

BodyTite

ใช้กับเนื้อเยื่อบริเวณผิวกาย และอาจใช้ร่วมกับการดูดไขมันในแผนปรับรูปร่าง การทำ RF ไม่ใช่วิธีลดน้ำหนัก และไม่สามารถทดแทนการตัดผิวส่วนเกินได้ในทุกคน

ภาพอุปกรณ์ในระบบ IgniteRF ของ InMode อ่านรายละเอียดเทคโนโลยีได้จาก InMode ↗

ขนาดหัวและรุ่น Turbo
ต่างกันอย่างไร?

AccuTite, FaceTite และ BodyTite รุ่นที่แสดงในข้อมูลอุปกรณ์ใช้แกนส่งพลังงาน หรือ cannula ยาว 6, 10 และ 17 ซม. ตามลำดับ เพื่อรองรับพื้นที่ทำงานต่างกัน ส่วน FaceTite Turbo และ BodyTite Turbo ใช้แกนที่มีความแข็งมากขึ้น โดย BodyTite Turbo มีความยาว 25 ซม. ตัวเลขเหล่านี้เป็นความยาวอุปกรณ์ของแต่ละรุ่น ไม่ใช่ระดับความลึกใต้ผิวที่ต้องใช้ทำ

ข้อมูลอุปกรณ์จาก InMode

08 / PREPARATION & RECOVERY

จากวันเตรียมตัว
สู่การดูแลหลังทำ

การทำ RF ใต้ผิวต้องวางแผนทั้งวันทำและช่วงฟื้นตัว ไทม์ไลน์นี้ช่วยให้เห็นว่าแต่ละช่วงควรใส่ใจเรื่องใด โดยแพทย์จะปรับรายละเอียดตามหัวที่ใช้ บริเวณที่ทำ และการดูดไขมันหรือวิธีอื่นที่ทำร่วมกัน

  1. ก่อนกำหนดวันทำ

    เริ่มจากแผนที่ชัดเจน

    บอกแพทย์ถึงบริเวณที่กังวลและเป้าหมาย พร้อมแจ้งโรคประจำตัว ประวัติแพ้ยา ยาและอาหารเสริมที่ใช้ รวมถึงหัตถการเดิม เพื่อวางแผนหัวที่จะใช้ วิธีระงับความรู้สึก และวิธีอื่นที่อาจทำร่วมกัน

    รับคำแนะนำเรื่องอาหาร ยา การเดินทางกลับ และการดูแลแผลตามแผนที่กำหนด ไม่หยุดยาประจำเอง

  2. วันทำและก่อนกลับบ้าน

    เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการดูแลต่อ

    มาด้วยผิวสะอาดบริเวณที่จะทำและเสื้อผ้าที่สวมสบาย พร้อมจัดผู้ติดตามมารับกลับตามแผนการดูแล แพทย์จะเลือกวิธีดูแลปากแผล และอธิบายการใช้ยากับชุดกระชับหากจำเป็น

    ก่อนกลับบ้าน รับคำแนะนำเรื่องแผล นัดติดตาม และช่องทางติดต่อทีมรักษา

  3. ช่วง 1–3 วันแรก

    ดูแลแผลอย่างสม่ำเสมอ

    เปลี่ยนผ้าปิดแผลทุกวันตามคำแนะนำของทีมรักษา หากมีอาการปวด ให้ใช้ยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง ส่วนการประคบเย็นให้ทำตามวิธีที่ทีมรักษาแนะนำ

    กรณีที่แพทย์ให้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานหรือยาทา ให้ใช้ตามคำสั่ง โดยบางแผนกำหนดให้ใช้ต่อเนื่อง 5–7 วัน

  4. ช่วงสัปดาห์ที่ 1–3

    เผื่อเวลาให้บริเวณที่ทำค่อย ๆ ฟื้นตัว

    รอยช้ำอาจอยู่ประมาณ 7–10 วันหรือมากกว่า ส่วนอาการบวมอาจอยู่ 1–3 สัปดาห์ จึงควรวางแผนกลับไปทำงาน ออกกำลังกาย หรือออกงานร่วมกับแพทย์ตามบริเวณและวิธีที่ทำ

    แผนใส่ชุดกระชับแยกตามบริเวณอยู่ด้านล่าง

  5. ระยะติดตามต่อเนื่องหลังทำ

    ติดตามความรู้สึกและการเปลี่ยนแปลง

    หลังทำอาจมีความรู้สึกชา เสียว หรือเจ็บเมื่อสัมผัส ซึ่งมักค่อย ๆ ดีขึ้นภายในประมาณ 4–16 สัปดาห์ หรือในบางรายนานกว่านั้น แพทย์จะประเมินการฟื้นตัวในการนัดติดตาม

    เมื่ออาการบวมลดลง จึงเปรียบเทียบภาพก่อนทำกับภาพติดตามในมุมและแสงใกล้เคียงกัน เพื่อดูการเปลี่ยนแปลงของบริเวณที่ทำ

ระยะใส่ชุดกระชับต่างกันตามบริเวณ

ใบหน้า

โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องใส่ชุดกระชับ หรือใช้ตามที่แพทย์พิจารณา

ลำคอ

เอกสารตัวอย่างคำแนะนำของ InMode ฉบับกรกฎาคม 2026 ระบุให้ใส่เต็มเวลา 3–4 วัน แล้วใส่เฉพาะกลางคืนอีก 1–2 สัปดาห์ ตามแผนที่แพทย์เลือก

ลำตัว

เอกสารตัวอย่างคำแนะนำของ InMode ฉบับกรกฎาคม 2026 ระบุให้ใส่ 22–24 ชั่วโมงต่อวันในช่วง 3 สัปดาห์แรก แล้วใส่เฉพาะกลางวันหรือกลางคืนอีก 3 สัปดาห์ ตามแผนที่แพทย์เลือก

09 / QUANTUMRF BEFORE & AFTER

ภาพก่อนและหลังทำ
QuantumRF

ตัวอย่างจากผู้ให้การรักษาที่ใช้ InMode

ภาพจากสื่อ InMode แสดงตัวอย่างก่อนและหลังทำในบริเวณต่าง ๆ โดยระบุผู้ให้การรักษาหรือแหล่งที่มาไว้กับแต่ละชุด ภาพเหล่านี้ไม่ใช่เคสของ BEHAP และไม่รับรองว่าผู้รับบริการรายอื่นจะได้ผลเช่นเดียวกัน

กดภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ หรือเลือก “ดูอีกมุมในชุดนี้” เพื่อดูภาพมุมอื่นจากชุดเดียวกัน

10 / RISKS & PRECAUTIONS

ความเสี่ยงที่ควรรู้
ก่อนทำ RF ใต้ผิว

การทำ RF ใต้ผิวมีความเสี่ยงจากความร้อนและการสอดอุปกรณ์ เช่น ผิวไหม้ ผิวไม่เรียบ ความไม่สมมาตร การติดเชื้อ น้ำคั่ง และการบาดเจ็บต่อเส้นประสาท ควรให้แพทย์อธิบายความเสี่ยงที่เกี่ยวกับบริเวณและแผนของคุณ รวมถึงแนวทางดูแลหากเกิดปัญหา

แจ้งแพทย์หากตั้งครรภ์ มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ฝังในร่างกาย มีแผลหรือการติดเชื้อบริเวณที่จะทำ มีปัญหาการแข็งตัวของเลือดหรือแผลหายช้า และแจ้งยา/อาหารเสริมทุกชนิด การรับบริการอาจต้องเลื่อนหรือเลือกวิธีอื่นตามการประเมิน

11 / PRICE & INCLUSIONS

สอบถามราคา IgniteRF
ตามบริเวณที่ต้องการทำ

เริ่มจากแจ้งบริเวณที่ต้องการดูแลกับทีม BEHAP เพื่อสอบถามค่าใช้จ่ายและขั้นตอนนัดประเมิน เมื่อเปรียบเทียบราคา ควรดูให้ครบว่าใช้หัวใด ครอบคลุมบริเวณไหน และรวมค่าระงับความรู้สึกกับการติดตามผลแล้วหรือไม่

สอบถามค่าใช้จ่าย IgniteRF ↗

คำถามที่ควรถามก่อนเทียบราคา

  • ใช้หัวใด ทำบริเวณไหน และมีวิธีอื่นร่วมด้วยหรือไม่
  • ค่าประเมิน ยาระงับความรู้สึก และยาหลังทำรวมแล้วหรือยัง
  • ชุดกระชับและการติดตามผลรวมอยู่ในแผนหรือไม่
  • พักฟื้นอย่างไร ติดต่อใครเมื่อมีอาการผิดปกติ
  • ข้อจำกัดของผลลัพธ์ และทางเลือกหากวิธีนี้ไม่เหมาะ

13 / CONTACT BEHAP

สอบถามเรื่อง IgniteRF
กับทีม BEHAP

บอกทีม BEHAP ว่าคุณอยากดูแลบริเวณไหน เพื่อสอบถามวิธีทำ การพักฟื้น ค่าใช้จ่าย และขั้นตอนนัดประเมิน

สอบถาม IgniteRF ↗
ภาพเครื่อง IgniteRF เต็มเครื่องจาก InMode ตั้งแต่หน้าจอถึงฐานและล้อ

IgniteRF

ภาพเครื่องจาก InMode · ภาพเต็มในสัดส่วนต้นฉบับ