หนุ่มๆสาวๆชาวออฟฟิศคงจะเข้าใจกันเป็นอย่างดีว่า “ออฟฟิศซินโดรม” นั้นมีอาการอย่างไร เพราะมีสาเหตุจากหลายๆปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการของโรคได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการนั่งทำงานเป็นเวลานานๆ พฤติกรรมและอิริยาบถเดิมๆซ้ำๆ สภาพแวดล้อมการทำงาน สภาพร่างกาย หรือแม้กระทั่งความเครียดก็มีผลทั้งสิ้น

และจากผลการสำรวจ พบว่าคนไทยกว่า 80% มีความเสี่ยงและค่อยๆสะสมขึ้นไปเรื่อยๆจนกลายเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมโดยไม่รู้ตัว และเพื่อป้องกันอาการก่อนที่จะสายเกินแก้ วันนี้ Behap จึงได้รวบรวมเอาวิธีการสังเกตอาการและการดูแลรักษาสุขภาพเบื้องต้นมาฝากกันครับ
ออฟฟิศซินโดรมคือ…
โรคที่เกิดจากการใช้กล้ามเนื้อมัดเดิมเป็นเวลานานๆ โดยส่งผลให้เกิดอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อ ซึ่งมีสาเหตุหลักๆมาจากพฤติกรรม เช่น การนั่งทำงานที่ไม่เหมาะสมเป็นระยะเวลานานๆ โดยไม่มีการเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนอิริยาบถ การนั่ง หรือยืนหลังค่อมจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งในท่าเดิม ไม่เพียงแต่พฤติกรรมที่ทำให้เกิดโรคแต่ยังรวมไปถึงสภาพแวดล้อมของการทำงาน เช่น โต๊ะทำงานที่สูงจนเกินไป หรือเก้าอี้ที่นั่งไม่สบาย นอกจากนี้ก็ยังเกี่ยวข้องกับสภาวะและสภาพของร่างกายอีกด้วย เช่น การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ความเครียด เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการออฟฟิศซินโดรมได้ทั้งสิ้น
สังเกตุอาการออฟฟิศซินโดรมด้วยตัวเอง
- มีอาการปวดกล้ามเนื้อไม่ว่าจะเป็นปวดเบาๆ ปวดล้า หรือปวดร้าวไปจนถึงบริเวณใกล้เคียง เช่น ปวดหลังส่วนบนหรือส่วนล่าง ท้ายทอย คอ ไหล่ สะบัก ปวดมือ ข้อมือ ข้อศอก ปวดสะโพก ต้นขา ปวดเข่า ข้อเท้า เป็นต้น ซึ่งอาการปวดเหล่านี้จะไม่สามารถระบุตำแหน่งที่ปวดชัดเจนได้
- ในบางรายอาจจะมีอาการของระบบประสาทร่วมด้วย เช่น ชา เหน็บ ซ่า วูบวาบ เหงื่อออก หากปวดที่คออาจจะมีอาการหูอื้อ มึนงง ตาพร่ามัวและปวดศีรษะอย่างรุนแรงร่วมด้วย
- มีอาการทางตา ทางผิวหนัง ทางระบบทางเดินหายใจอื่นๆ ควบคู่ไปแล้วแต่กรณี
การรักษาโรคออฟฟิศซินโดรม
แนวทางการรักษากลุ่มอาการ “ออฟฟิศซินโดรม” มีด้วยกันหลายวิธี ได้แก่
- การรักษาด้วยการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุด้วยตนเอง
วิธีนี้เป็นวิธีการรักษาที่เหมาะสมและดีที่สุดที่จะป้องกันอาการออฟฟิศซินโดรมได้ นั่นก็คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของการทำงาน มีการเดิน หรือยืดเส้นยืดสายบ้าง มีการจัดสภาพแวดล้อมของการทำงานให้เหมาะสม ปรับสภาพอารมณ์และจิตใจร่วมกับการออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อสุขภาพโดยรวมของดีขึ้นแล้วร่างกายเราก็จะดีขึ้นตามไปด้วยครับ อีกทั้งยังช่วยลดอาการบาดเจ็บทางร่างกายและช่วยให้งานของของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นไปด้วย - Physical therapy
การรักษาด้วยการทำกายภาพบำบัด เป็นการรักษาโรคออฟฟิศซินโดรมทางการแพทย์ โดยการประเมินโครงสร้างทางร่างกายและมีการปรับสมดุลของร่างกายของแต่ละบุคคลเพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนท่าทางการทำงานตามความเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริมแนะนำวิธีการออกกำลังกาย หรือยืดเส้นยืดสายอย่างต่อเนื่องและถูกวิธีเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงและยืดหยุ่นให้แก่กล้ามเนื้อ ป้องกันภาวะการเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ ข้อต่อและเนื้อเยื่อภายใน รวมทั้งลดความเสี่ยงของโรคแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นภายหลังได้ - Hot Compress
การประคบด้วยสมุนไพร คือ การนำสมุนไพรมาห่อด้วยผ้าแล้วมัดเป็นลูกกลมๆ ที่เรารู้จักกันว่า “ลูกประคบ” นั่นเอง โดยจะนำลูกประคบไปนึ่งให้ร้อนก่อนแล้วจึงนำมาประคบบริเวณที่ปวด เคล็ด ขัดยอก การนึ่งและความร้อนจะทำให้น้ำมันหอมระเหยที่มีอยู่ในสมุนไพรออกมากับไอน้ำและความชื้น ตัวยาจะซึมเข้าสู่ผิวหนัง ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและด้วยกลิ่นจากน้ำมันหอมระเหยจะทำให้มีความรู้สึกสดชื่นมากยิ่งขึ้น - Ultrasound Therapy
การรักษาด้วยคลื่นอัลตร้าซาวด์ เป็นเทคโนโลยีการรักษาแบบใหม่ทางกายภาพบำบัดที่ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง (1-3 Hz) ผ่านเนื้อเยื่อที่มีเจลเป็นตัวกลางในการส่งความร้อนไปรักษาระดับลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อและกระดูก กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตเพื่อหลั่งสารลดอาการปวด ลดอาการอักเสบ ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ ฟื้นฟูเนื้อเยื่อส่วนที่สึกหรอให้หายได้เร็วขึ้น - Shockwave Therapy
การรักษาด้วยคลื่นกระแทก เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่นำเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงในการรักษาโดยเฉพาะอาการเรื้อรัง ด้วยการกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการบาดเจ็บใหม่ หลังจากนั้นร่างกายจะเกิดกระบวนการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ขึ้นมาทดแทน รวมทั้งกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดทำให้อาการเจ็บปวดและอาการอักเสบลดน้อยลง ซึ่งมี Shock wave มี 2 ชนิด คือ Radial shock wave และ Focus shock wave ที่มีประสิทธิภาพที่ดีกว่าในการรักษาระดับลึกกว่า - Peripheral Magnetic Stimulation (PMS)
การรักษาด้วยการกระตุ้นด้วยคลื่นแม่เหล็ก โดยใช้พลังงานคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าผ่านเสื้อผ้าลงไปทำการรักษาถึงเนื้อเยื่อและกระดูก กระตุ้นเส้นประสาทโดยตรงทำให้เกิดการไหลเวียนของโลหิต โดยไม่ทำให้เกิดการบาดเจ็บต่ออวัยวะโดยรอบ เห็นผลทันทีและยังสามารถบำบัดอาการที่ปวดจากระบบเส้นประสาทและไม่ใช่เส้นประสาท เช่น กล้ามเนื้อ และกระดูกได้ด้วย

Behap ฝากไว้ครับ…
อาการออฟฟิศซินโดรม ถึงแม้ว่าจะมีอาการที่ไม่ร้ายแรงเหมือนโรคอื่นๆ แต่เราก็ไม่ควรปล่อยปะละเลย ซึ่งต้องทำการรักษาโดยด่วนเพราะไม่เช่นนั้นอาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ในระยะยาวได้ ด้วยความห่วงใยจาก Behap อย่าลืมสังเกตอาการของตัวเองและคนรอบข้างด้วยนะครับ!
และหากเพื่อนๆคนไหนมีอาการดังที่กล่าวไปข้างต้น สามารถเข้ามาที่ Behap Wellness Clinic เพื่อรับคำปรึกษาหรือทำการตรวจสอบกับแพทย์เฉพาะทางและนักกายภาพบำบัด ว่าคุณกำลังเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมอยู่รึเปล่า และสำหรับเพื่อนๆที่เป็นกำลังเผชิญกับโรคออฟฟิศซินโดรมก็สามารถเข้ามาที่คลินิกได้เช่นกันครับ เรามีโปรแกรมรักษาโรคออฟฟิศซินโดรมด้วย Shockwave Therapy, Deep Ultrasound และ Electrotherapy. คลิกเพื่อทำการนัดหมายที่ปุ่มด้านล่างได้เลยครับ





