วิธีการป้องกันและรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

ในปัจจุบันมีเทรนด์รักสุขภาพและออกกำลังกายกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีกีฬาให้เลือกเล่นมากมายหลายประเภทตามความชอบของแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง แบตมินตัน ปั่นจักรยาน เป็นต้น แต่หากออกกำลังกายไม่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและสภาพแวดล้อม รวมถึงเล่นกีฬาอย่างผิดวิธีแล้วล่ะก็ อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกส่วนของร่างกายได้นะครับ โดยมีตั้งแต่อาการไม่รุนแรงไปจนถึงขั้นร้ายแรงที่เป็นอันตรายแก่ชีวิตได้ Behap จึงได้รวบรวมการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาที่พบได้บ่อย รวมถึงวิธีการป้องกันและรักษาเบื้องต้นมาฝากทุกคนกันครับ

บาดเจ็บจากกีฬา03 behap (1)

1. ตะคริว (Cramp)

เกิดจากการเกร็งของกล้ามเนื้ออันเนื่องมาจากการที่ไม่ได้ยืดเหยียดหรือวอร์มอัพร่างกายก่อนเล่นกีฬาหรืออาจเกิดจากความเย็นและสภาพอากาศภายนอก วิธีการรักษาเบื้องต้นคือการนวดกล้ามเนื้อบริเวณที่เป็นตะคริวเบาๆหรือทำการประคบร้อน ตะคริวที่เกิดจากการเล่นกีฬาสามารถป้องกันได้โดยการอบอุ่นร่างกาย (warm up) และการยืดกล้ามเนื้อให้เพียงพอทุกครั้งก่อนเริ่มเล่นกีฬา

2. ข้อเท้าพลิก (Ankle Sprain)

เป็นอาการที่พบบ่อยในกิจกรรมกีฬาที่ใช้ขาหรือเท้าเป็นหลัก เช่นฟุตบอล วิ่ง เป็นต้น เกิดจาการหมุนหรือบิดของข้อเท้าที่ผิดจังหวะทำให้เอ็นยึดข้อต่อเกิดการบาดเจ็บ บวมและปวด หากอาการรุนแรงมากอาจส่งผลให้เส้นเอ็นขาดได้ วิธีการรักษาสำหรับอาการที่ไม่ร้ายแรง คือ การลดอาการบวมด้วยการประคบเย็น ใช้ผ้าพันบริเวณที่อักเสบและลดการเคลื่อนไหวให้น้อยที่สุด แต่หากมีอาการรุนแรงและเส้นเอ็นฉีกขาด อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด เราสามารถป้องกันการเกิดข้อเท้าพลิกได้ด้วยการใช้ความระมัดระวังระหว่างเล่นกีฬาและบริหารข้อเท้าให้แข็งแรงอยู่เสมอ

การรักษาทางกายภาพบำบัด จะมีการเพิ่มความสามารถของการทรงตัวให้ด้วยเนื่องจากการที่ข้อเท้าพลิกจะมีความไม่มั่นคงของข้อเท้าเกิดขึ้นจึงจำเป็นต้องเพิ่มbalanceและความแข็งแรงให้แก่ข้อต่อร่วมด้วย

3. รองช้ำ หรือ เอ็นรองฝ่าเท้าอักเสบ (Plantar Fasciitis)

การวิ่งเป็นเทรนด์กีฬาที่กลับมาได้รับความนิยมอย่างสูงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ และรองช้ำเป็นอาการที่มีโอกาสเกิดกับนักวิ่งส่วนใหญ่ได้ ซึ่งเกิดจากมีความผิดปกติของฝ่าเท้าเรียกว่าเท้าแบนและเกิดการอักเสบของเอ็นใต้ฝ่าเท้าส่งผลให้มีอาการปวดบริเวณส้นเท้า สามารถรักษาได้ด้วยการพักการใช้เท้า ประคบเย็นและใช้ยาแก้อักเสบ หากมีอาการรุนแรงแพทย์อาจทำการฉีดสเตียรอยด์เพื่อลดการอักเสบหรือทำการผ่าตัด การป้องกันอาการรองช้ำ คือ การเลือกสวมใส่รองเท้าที่เหมาะสมและยืดเหยียดร่างกายอย่างถูกต้องทุกครั้งก่อนเล่นกีฬา

การรักษาทางกายภาพบำบัดจะมีการแนะนำการใส่รองเท้าที่เหมาะกับบุคคลที่เป็นรองช้ำบ่อยๆจากภาวะเท้าแบน รักษาด้วยอัลตร้าซาวด์ เป็นต้น

4. กล้ามเนื้อฉีกขาด (Muscle Strain):

เป็นอาการที่พบได้บ่อยในกีฬาที่ต้องใช้กล้ามเนื้ออย่างหนัก โดยสามารถเกิดได้กับกล้ามเนื้อทุกส่วนโดยเฉพาะบริเวณกล้ามเนื้อมัดใหญ่ เมื่อเกิดอาการกล้ามเนื้อฉีกขาด ผู้เล่นต้องพักการใช้กล้ามเนื้อร่วมกับการพันผ้าบริเวณที่บาดเจ็บและประคบเย็นจนกว่าอาการจะดีขึ้น ในรายที่มีอาการเรื้อรัง แพทย์อาจให้ทำกายภาพบำบัดหรือทำการผ่าตัด การป้องกันสามารถทำได้ด้วยการเลี่ยงการออกกำลังกายที่ใช้กล้ามเนื้ออย่างหนักและบริหารกล้ามเนื้อให้ถูกวิธีทั้งก่อนและหลังการเล่นกีฬารวมถึงเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงด้วยโภชนาการที่ครบทั้ง 5 หมู่

5. ผิวไหม้จากแสงแดด (Sunburn)

จริงๆแล้ว sunburn ไม่ได้นับว่าเป็นการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา แต่ก็เป็นอาการที่พบได้บ่อยในกีฬาที่เล่นกลางแจ้ง ทำให้ผิวหนังสัมผัสกับแสงแดดโดยตรงและโดนแผดเผา ซึ่งอาการเริ่มต้นอาจเริ่มจากผิวแดงและรู้สึกแสบ หากผิวโดนแดดเผาเป็นเวลานานอาจเกิดการอักเสบ เป็นตุ่มพุพอง ปวดและผิวหนังหลุดลอกในอีกหลายวันต่อมา การรักษาอาการดังกล่าวเบื้องต้นจะใช้ยารักษาผิวไหม้จากความร้อนและถ้ามีอาการปวดสามารถใช้ยาแก้ปวดร่วมได้ อย่างไรก็ตาม หากผิวหนังอักเสบรุนแรงขึ้น ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน วิธีการป้องกัน คือ ใช้ครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นประจำก่อนเล่นกีฬาและเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสมและป้องกันแสงแดดได้

ที่ Behap Wellness Clinic เรามีโปรแกรมรักษาอาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาเช่นกันครับ หากท่านใดมีอาการบาดเจ็บ ไม่ว่าจะจากการออกกำลังกายธรรมดาหรือการเล่นกีฬาหนัก ก็สามารถเข้ารับคำปรึกษาหรือรักษากับทางคลีนิกได้จากแพทย์และนักกายภาพบำบัดเฉพาะทาง คลิกที่ปุ่มด้านล่างเพื่อทำการนัดหมายได้เลยครับ

Recommended Posts