BEHAP Wellness ClinicTHE SKIN EDIT / BEHAP JOURNALค้นพบรูทีนของคุณ ↘

YOUR SKIN. YOUR DAILY RITUAL.

กลาสกิน (Glass Skin) คืออะไร เริ่มดูแลอย่างไร?

Glass Skin ดูแลให้ครบทุกชั้นผิว จากรูทีนทุกวันสู่การดูแลที่ BEHAP

เริ่มการดูแลผิวของคุณ ↓BEHAP JOURNAL THE SKIN EDIT
ภาพถ่ายจริงของผู้หญิงดูแลผิวหน้ากระจก โดย Kalos Skincare
KALOS SKINCARE / UNSPLASH
ภาพถ่ายจริงของการกดครีมลงบนมือ
THE DAILY DETAILS

UNDERSTANDING THE GLOW

Glass Skin
ดูแลให้ครบทุกชั้นผิว

กลาสกินคืออะไร?

กลาสกิน หรือกลาสสกิน (Glass Skin) เป็นคำเรียกลุคผิวที่ดูเรียบ ชุ่มชื้น สีผิวสม่ำเสมอ และมีประกาย การดูแลเริ่มจากรู้จักสภาพผิว เลือกรูทีนให้เหมาะ แล้วพิจารณาหัตถการเพิ่มเติมสำหรับเรื่องที่ต้องการดูแล เช่น ความเรียบหรือความกระชับ

เสน่ห์ของลุคนี้อยู่ที่ผิวที่ยังดูสดใสแม้แต่งหน้าเพียงบางเบา หากนี่คือผิวแบบที่คุณชอบ ลองเริ่มจากทำความเข้าใจว่าผิวแต่ละส่วนมีบทบาทอย่างไร แล้วค่อยเลือกการดูแลที่เหมาะกับตัวเอง

แนวคิดนี้ชวนให้มองตั้งแต่ผิวชั้นนอกซึ่งเก็บความชุ่มชื้นและทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกัน ไปจนถึงโครงสร้างที่พยุงผิวอยู่ด้านล่าง แล้วเลือกวิธีดูแลในส่วนที่คุณอยากให้ดีขึ้น

รูทีนที่บ้านช่วยดูแลความชุ่มชื้น เกราะป้องกันผิว และสีผิวอย่างต่อเนื่อง ส่วน Morpheus8 Burst เสริมเรื่องความเรียบและความกระชับ ขณะที่ Skin Booster ช่วยด้านความชุ่มชื้นและคุณภาพผิวตามผลิตภัณฑ์ที่เลือก แต่ละวิธีจึงมีบทบาทต่อเป้าหมายเดียวกัน คือผิวที่ดูเรียบ อิ่มน้ำ และสดใสในแบบที่คุณชอบ

จุดเริ่มต้นคือรู้จักผิวของตัวเองในวันนี้ บางคนผิวมันแต่ตึงหลังล้างหน้า บางคนแต่งหน้าแล้วเห็นขุย บางคนผิวชุ่มชื้นดีแล้ว แต่ยังอยากดูแลหลุมสิวหรือความกระชับ เมื่อรู้ว่าเรื่องไหนสำคัญกับคุณ ก็เลือกได้ว่าจะเริ่มจากรูทีนตรงไหน และเพิ่มการดูแลที่คลินิกอย่างไร

THE GLASS SKIN MAP

องค์ประกอบของผิวที่ดูโกลว์

THE SCIENCE OF GLOW

เบื้องหลังผิวโกลว์ เซลล์ผิวกำลังทำงานอย่างไร?

เวลามองผิวที่ดูอิ่มน้ำ เรียบ และมีประกาย เราเห็นผลลัพธ์ของการทำงานร่วมกันหลายส่วน ตั้งแต่เซลล์บนผิวชั้นนอก ไปจนถึงโครงสร้างที่ช่วยพยุงผิวอยู่ด้านล่าง

ภาพตัดขวางนี้แสดงบทบาทของ Daily Ritual, Morpheus8 Burst และ Skin Booster ตั้งแต่การเก็บความชุ่มชื้นที่ผิวชั้นนอก ไปจนถึงโครงสร้างพยุงผิวด้านล่าง

ภาพตัดขวางผิว: ห้าองค์ประกอบเบื้องหลังผิวโกลว์ชั้นบนเป็นเซลล์ผิวผิวชั้นนอกสุดที่มีน้ำและมีไขมันอยู่ระหว่างเซลล์ ชั้นหนังกำพร้ามีเม็ดสี ด้านล่างเป็นหนังแท้ที่มีโครงข่ายพยุงผิวและเซลล์ไฟโบรบลาสต์ ตัวเลขเชื่อมไปยังคำอธิบายด้านข้าง ภาพสรุปเชิงแนวคิดไม่แสดงสัดส่วนจริงBENEATH THE GLOWสามวิธีดูแลผิว ต่างบทบาท12345ผิวชั้นนอกสุด → หนังกำพร้า → หนังแท้

การดูแลผิว · มองให้เห็นภาพรวม

จากความชุ่มชื้นบนผิว สู่โครงสร้างที่พยุงผิว

ผิวชั้นนอกต้องการความชุ่มชื้นและเกราะป้องกันที่ทำงานได้ดี ขณะที่ความกระชับเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพยุงผิว การดูแลจึงเลือกตามสิ่งที่ผิวต้องการในแต่ละส่วน

ผิวชั้นนอก + หนังกำพร้า · จุด 1–4

เติมน้ำ เก็บความชุ่มชื้น และดูแลสีผิวทุกวัน

Glycerin และ HA ในสกินแคร์ช่วยเก็บความชุ่มชื้นในผิวชั้นนอก มอยส์เจอไรเซอร์ที่มี ceramides ช่วยดูแลเกราะป้องกันผิว ส่วน สารออกฤทธิ์ที่เลือกตามปัญหาและกันแดดช่วยดูแลสีผิว รูทีนที่อ่อนโยนยังช่วยลดการรบกวนผิวขณะผลัดเซลล์ตามธรรมชาติ

เลือกส่วนผสมและรูทีนของคุณ ↗

เนื้อเยื่อในระดับที่เลือก · เชื่อมกับจุด 5

ส่งพลังงาน RF เพื่อดูแลเนื้อผิวและความกระชับ

เข็มขนาดเล็กนำพลังงาน RF ลงสู่ระดับที่กำหนด ความร้อนช่วยให้เนื้อเยื่อหดตัวและกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซม รวมถึงการปรับโครงสร้างคอลลาเจน กรอบสีทองชี้โครงข่ายพยุงผิวที่เกี่ยวข้อง ไม่แสดงขอบเขตหรือความลึกจริงของพลังงาน

รู้จัก Morpheus8 Burst ↗

ตัวอย่าง HA ชนิดฉีดในผิว · บริเวณหนังแท้

เพิ่มความชุ่มชื้นภายในผิวด้วย HA

HA มีคุณสมบัติจับน้ำ ผลิตภัณฑ์สำหรับฉีดในผิวบางสูตรมีข้อมูลสนับสนุนความชุ่มชื้น ความเรียบ และริ้วรอยเล็ก ๆ พื้นที่สีฟ้าใช้ HA กลุ่มนี้เป็นตัวอย่าง ส่วนโปรแกรม PN และโปรแกรม Profhilo มีคุณสมบัติและวิธีใช้เฉพาะ ตำแหน่งและชั้นที่ฉีดจึงขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และวิธีใช้

เปรียบเทียบบทบาท HA, โปรแกรม PN และโปรแกรม Profhilo ↗
ภาพตัดขวางเชิงแนวคิด ไม่แสดงสัดส่วนจริง
เลือกวิธีดูแลเพื่อดูสีไฮไลต์ หรือเลือกหมายเลขเพื่ออ่านเรื่องผิว
ผิวชั้นนอกสุด · เก็บน้ำและปกป้องผิวหนังกำพร้า · เซลล์ผิวและเม็ดสีหนังแท้ · โครงข่ายพยุงผิว
01

อิ่มน้ำได้ เพราะผิวเก็บความชุ่มชื้นเป็น

เซลล์บนผิวชั้นนอกมีสารช่วยอุ้มน้ำตามธรรมชาติอยู่ภายใน เมื่อชั้นผิวมีความชุ่มชื้นเพียงพอ โครงสร้างของผิวจะยืดหยุ่นและดูเรียบขึ้น ความชุ่มชื้นยังเปลี่ยนวิธีที่แสงเดินทางผ่านผิว ช่วยให้ผิวดูใสขึ้นด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลที่มอยส์เจอไรเซอร์มีบทบาทกับลุคผิวโกลว์ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน งานวิจัยความชุ่มชื้นกับลักษณะผิวที่มองเห็น ↗

02

เรียบเนียนได้ เพราะผิวผลัดเซลล์อย่างสมดุล

เซลล์ผิวชั้นนอกยึดเกาะกันเพื่อปกป้องผิว และค่อย ๆ หลุดออกเมื่อถึงเวลา หากกระบวนการนี้เสียสมดุล เช่น ในผิวที่แห้ง เซลล์บางส่วนอาจคงค้างจนเห็นเป็นขุย การดูแลให้ผิวเรียบจึงเริ่มจากช่วยให้ชั้นผิวทำหน้าที่ได้ดี ทั้งความชุ่มชื้นและการผลัดเซลล์ตามธรรมชาติ งานวิจัยการผลัดเซลล์ในผิวปกติและผิวแห้ง ↗

03

ชุ่มชื้นต่อเนื่องได้ เพราะมีเกราะที่ช่วยเก็บน้ำไว้

ระหว่างเซลล์ผิวมีชั้นไขมันที่ประกอบด้วย ceramides, cholesterol และกรดไขมัน ทำหน้าที่เป็นส่วนสำคัญของเกราะป้องกันผิว การดูแลความชุ่มชื้นจึงมีทั้งการเติมน้ำและการช่วยให้ผิวเก็บน้ำไว้ได้ เมื่อเลือกสกินแคร์ เราจึงควรมองทั้งสองบทบาทไปพร้อมกัน งานวิจัยโครงสร้างเกราะป้องกันผิว ↗

04

ดูสดใสขึ้น เมื่อสีผิวสม่ำเสมอ

ความสม่ำเสมอของสีผิวช่วยให้ภาพรวมดูสุขภาพดีขึ้น รอยดำและรอยแดงจึงเป็นอีกส่วนที่ต้องดูแลให้ตรงสาเหตุ ควบคู่กับความชุ่มชื้นและเนื้อผิว เพื่อให้ผิวดูสดใสในสีผิวธรรมชาติของคุณ งานวิจัยสีผิวและการรับรู้สุขภาพผิว ↗

05

ดูกระชับขึ้น เมื่อโครงสร้างพยุงผิวได้รับการดูแล

ลึกลงไปในชั้นหนังแท้ โครงข่ายคอลลาเจนและเซลล์ที่ดูแลโครงสร้างผิวมีส่วนต่อความแข็งแรงของเนื้อเยื่อ เมื่อเป้าหมายอยู่ที่ความกระชับ หรือความไม่เรียบที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างผิว การดูแลจึงพิจารณาไปถึงส่วนนี้ด้วย งานวิจัยโครงสร้างคอลลาเจนและเซลล์ fibroblasts ↗

เมื่อเข้าใจผิวแล้ว ลองเลือกจุดเริ่มต้นของคุณ ความแห้งลอก สีผิว ความไม่เรียบ และความกระชับมีวิธีดูแลต่างกัน เมื่อรู้ว่าอยากให้ผิวดีขึ้นด้านไหน ก็เลือกได้ว่าจะเริ่มจากปรับรูทีนที่บ้านหรือเพิ่มการดูแลที่คลินิก

01 / GET TO KNOW YOUR SKIN

อยากได้ผิวกลาสกิน เริ่มจากรู้จักผิวของตัวเอง

ภาพถ่ายจริงของผู้หญิงดูแลผิวหน้ากระจก
KALOS SKINCARE / UNSPLASH

อยากให้ผิวอิ่มน้ำ แต่งหน้าแล้วไม่เห็นขุย

ถ้าผิวรู้สึกตึง แห้ง หรือเห็นขุยระหว่างวัน ให้เริ่มดูทั้งความชุ่มชื้นและการดูแลเกราะป้องกันผิว ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่ใช้ ไปจนถึงมอยส์เจอไรเซอร์ที่ช่วยให้ผิวเก็บความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น

ผิวมันก็มีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยได้ ความมันบนผิวจึงไม่ได้บอกว่าผิวได้รับความชุ่มชื้นเพียงพอเสมอไป

อยากให้ผิวดูเรียบขึ้น พร้อมจัดการความมันและการอุดตัน

ถ้าหน้ามันง่าย มีสิวอุดตัน หรือรูขุมขนดูเด่น การดูแลควรครอบคลุมทั้งความมัน การอุดตัน และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในแต่ละวัน การล้างหน้าจนผิวเอี๊ยดหรือผลัดเซลล์บ่อยเกินไปอาจทำให้ระคายเคือง โดยไม่ได้ช่วยให้ผิวเรียบขึ้นอย่างที่ตั้งใจ

อยากกลับมาทาสกินแคร์ได้สบายผิว

ถ้าช่วงนี้ผิวแสบ คัน แดง หรือลอกง่าย ให้เริ่มจากหาสาเหตุและลดสิ่งที่กระตุ้นผิว อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวกับการระคายเคืองหรือผื่นแพ้สัมผัส ซึ่งต้องแยกให้ชัดก่อนเลือกการดูแลต่อ การเพิ่มสารออกฤทธิ์ (active) หลายตัวในช่วงนี้อาจทำให้ผิวรับมือยากกว่าเดิม แนวทางเรื่องผื่นแพ้สัมผัสจาก AAD ↗

อยากให้ผิวดูสม่ำเสมอและกระชับขึ้น

บางคนมีรอยสิวหรือจุดด่างดำเป็นเรื่องหลัก ขณะที่อีกคนสนใจหลุมสิว ความไม่เรียบ หรือผิวที่เริ่มหย่อนคล้อย แม้จะดูแลสกินแคร์อย่างสม่ำเสมอแล้วก็ตาม

เมื่อมองเห็นสิ่งที่อยากดูแลชัดขึ้น การเลือกผลิตภัณฑ์และหัตถการก็มีทิศทาง คุณสามารถเริ่มจากเรื่องที่กังวลมากที่สุด แล้วค่อยเพิ่มการดูแลส่วนอื่นตามสภาพผิว โดยไม่จำเป็นต้องทำทุกหัตถการ

02 / THE DAILY RITUAL

วิธีดูแลผิวกลาสกินด้วยรูทีนเช้า–กลางคืน

ภาพถ่ายจริงของการล้างหน้าอย่างเป็นขั้นตอน
KEVIN TURCIOS / UNSPLASH

เริ่มจากกิจวัตรหลักสามอย่าง: ล้างหน้าอย่างอ่อนโยน เติมความชุ่มชื้น และปกป้องผิวจากแสงแดด จากนั้นจึงเลือกส่วนผสมเพิ่มเติมสำหรับความมัน การอุดตัน หรือรอยดำที่คุณอยากดูแล

สิ่งที่อยากดูแลส่วนผสมที่มองหาได้ช่วยผิวอย่างไร
ผิวแห้ง ตึง ดูไม่อิ่มน้ำGlycerin และ Hyaluronic Acid (HA)ช่วยดึงและกักเก็บความชุ่มชื้นในผิวชั้นนอก ให้ผิวดูนุ่มและอิ่มขึ้น
ผิวแห้งง่าย อยากดูแลเกราะป้องกันผิวCeramides ในมอยส์เจอไรเซอร์ช่วยเสริมไขมันที่เป็นส่วนหนึ่งของเกราะป้องกันผิว และลดการสูญเสียความชุ่มชื้น
ผิวมัน อยากดูแลความมันระหว่างวันNiacinamideมีข้อมูลสนับสนุนการช่วยลดความมันในสูตรที่ศึกษา เลือกใช้ร่วมกับมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อสัมผัสที่สบายผิว
มีสิวอุดตัน ผิวไม่เรียบจากการอุดตันSalicylic Acid หรือ BHAช่วยลดการอุดตันในรูขุมขน โดยเริ่มตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์และการตอบสนองของผิว
มีรอยดำ อยากให้สีผิวดูสม่ำเสมอNiacinamide พร้อมการป้องกันแสงแดดช่วยดูแลรอยดำและสีผิว ขณะที่กันแดดช่วยลดปัจจัยที่ทำให้รอยเข้มขึ้น

เลือกส่วนผสมให้ตรงกับผิว แล้วดูสูตรและความเข้มข้นของผลิตภัณฑ์ร่วมด้วย การเริ่มทีละตัวช่วยให้สังเกตได้ง่ายขึ้นว่าผิวตอบสนองอย่างไร การเลือกมอยส์เจอไรเซอร์จาก AAD ↗, งานวิจัย Niacinamide กับความมัน ↗, งานวิจัย Niacinamide กับรอยดำ ↗, คำแนะนำเรื่อง Salicylic Acid จาก AAD ↗

ภาพถ่ายจริงของผู้หญิงทาครีมหน้ากระจก
CHRISTIAN AGBEDE / UNSPLASH
01

ทำความสะอาด

อย่างอ่อนโยน

02

ดูแลเฉพาะเรื่อง

ผลิตภัณฑ์ที่เลือกสำหรับผิว

03

เติมความชุ่มชื้น

มอยส์เจอไรเซอร์

04

ปกป้องผิว

Broad-spectrum SPF 30+

ตอนเช้า ดูแลผิวด้วยการทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน ตามด้วยผลิตภัณฑ์ที่เลือกสำหรับปัญหาผิว มอยส์เจอไรเซอร์ และกันแดดชนิด broad-spectrum SPF 30 ขึ้นไป

01

ล้างเมกอัพ

และสิ่งตกค้างให้สะอาด

02

ใช้ active

ตามคำแนะนำ

03

เติมความชุ่มชื้น

ลดรูทีนหากระคายเคือง

ตอนกลางคืน ล้างเมกอัพและสิ่งตกค้างให้สะอาด ใช้ active ตามคำแนะนำ แล้วเติมความชุ่มชื้นให้ผิว หากกำลังแสบ แดง หรือลอก ให้ลดรูทีนลงและดูแลสาเหตุก่อนกลับมาเพิ่ม active

รูทีนนี้ทำต่อเนื่องควบคู่กับการดูแลที่คลินิกได้ เมื่อผิวได้รับความชุ่มชื้นและการปกป้องอย่างเหมาะสมแล้ว หากยังอยากดูแลความไม่เรียบหรือความกระชับ ก็สามารถเพิ่มหัตถการที่มุ่งไปที่เนื้อผิวได้ โดยปรับการใช้สกินแคร์ตามคำแนะนำหลังทำ

03 / RESET YOUR TEXTURE

Morpheus8 Burst ช่วยเรื่องผิวกลาสกินอย่างไร?

ภาพการดูแลด้วย Morpheus8 ที่ BEHAP
ภาพการดูแลที่ BEHAP

ความชุ่มชื้นเป็นส่วนหนึ่งของผิวโกลว์ แต่สำหรับคนที่ยังเห็นรอยหลุมสิว ผิวไม่เรียบ หรือผิวเริ่มไม่กระชับ เป้าหมายจะลึกไปถึงการดูแลเนื้อผิว Morpheus8 Burst จึงเข้ามาเสริมรูทีนในด้านนี้ เพื่อดูแลโครงสร้างผิวเพิ่มเติมจากรูทีนประจำวัน

Morpheus8 Burst ใช้เข็มขนาดเล็กส่งพลังงานคลื่นวิทยุ หรือ RF ลงสู่ระดับความลึกที่กำหนด ความร้อนที่เกิดขึ้นในเนื้อเยื่อช่วยให้เกิดการหดตัวและกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซม รวมถึงการปรับโครงสร้างคอลลาเจน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงด้านความเรียบและความกระชับของผิว

คำว่า “รีเซ็ตเนื้อผิว” ในที่นี้หมายถึงการกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมและปรับโครงสร้างผิว เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่อยากให้ผิวดูเรียบและกระชับขึ้น พร้อมดูแลความชุ่มชื้นและสีผิวต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน

เทคโนโลยี BURST ส่งพลังงานได้หลายระดับความลึกในการลงเข็มหนึ่งครั้ง ขณะที่ SCALE ช่วยกำหนดพลังงานแยกตามระดับที่เลือก แพทย์จึงออกแบบการส่งพลังงานให้สอดคล้องกับผิวและเป้าหมายของแต่ละบริเวณได้

“ทุกช็อต ออกแบบเพื่อคุณ” จึงมีความหมายตั้งแต่การเลือกหัวทิป ความลึก ไปจนถึงพลังงานที่ใช้ เพื่อให้การดูแลแต่ละบริเวณมีเป้าหมายชัดเจน ข้อมูลเทคโนโลยี Morpheus8 Burst จาก InMode ↗

ดูรายละเอียดโปรแกรม Morpheus8 Burst ที่ BEHAP ↗
หัวทิป Morpheus8 Burst 24-pin จาก InModeMORPHEUS8 BURST · INMODE

ทุกช็อต ออกแบบเพื่อคุณ

BURST

ส่งพลังงานหลายระดับความลึก
ในการลงเข็มหนึ่งครั้ง

SCALE

กำหนดพลังงานแยก
ตามระดับที่เลือก

แผนภาพสรุปหลักการ ไม่แสดงความลึกหรือการตั้งค่ารักษา

04 / TEXTURE MEETS HYDRATION

เสริมความอิ่มน้ำและคุณภาพผิวด้วย Skin Booster

Skin Booster คือหัตถการฉีดเพื่อดูแลคุณภาพผิว แต่ละผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบและข้อมูลสนับสนุนต่างกัน การเลือกจึงเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่าคุณอยากให้ผิวดีขึ้นในเรื่องไหน แล้วพิจารณาสูตรและบริเวณที่จะดูแลร่วมกัน

สิ่งที่อยากดูแลตัวเลือกที่นำมาพิจารณาจุดที่ใช้ประกอบการเลือก
ความชุ่มชื้น ผิวที่ดูไม่อิ่มน้ำHA Skin Boosterเลือกสูตรที่มีข้อมูลด้านความชุ่มชื้น บางสูตรศึกษาความเรียบและริ้วรอยเล็ก ๆ ร่วมด้วย
ความเรียบของผิวบริเวณเฉพาะ เช่น รอบดวงตาโปรแกรม PNพิจารณาข้อมูลของผลิตภัณฑ์และบริเวณที่ศึกษา
ความชุ่มชื้นและคุณภาพผิวโดยรวมโปรแกรม Profhiloเป็น HA สูตรเฉพาะที่ใช้โมเลกุลน้ำหนักสูงและต่ำร่วมกัน ในแนวทาง bioremodeling
01

HA Skin Booster — เมื่ออยากให้ผิวดูอิ่มน้ำขึ้น

Hyaluronic Acid (HA) มีคุณสมบัติจับน้ำ ผลิตภัณฑ์ HA สำหรับฉีดเพื่อดูแลคุณภาพผิวจึงพัฒนามาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น และบางสูตรมีข้อมูลทางคลินิกสนับสนุนด้านความเรียบของผิวและริ้วรอยเล็ก ๆ ด้วย

แพทย์จะเลือกสูตรจากบริเวณที่ต้องการดูแลและข้อมูลของผลิตภัณฑ์นั้น น้ำหนักโมเลกุลเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่พิจารณา จึงควรดูร่วมกับสูตรและผลลัพธ์ที่ศึกษา งานวิจัย HA ชนิดฉีดกับความเรียบและความชุ่มชื้นของผิว ↗

02

โปรแกรม PN — ดูแลความเรียบของผิว เช่น บริเวณรอบดวงตา

Polynucleotides (PN) เป็นสารที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ฉีดเพื่อดูแลคุณภาพผิว มีการศึกษาด้านความเรียบ ริ้วรอย และความยืดหยุ่นในผลิตภัณฑ์และบริเวณเฉพาะ

งานวิจัยหนึ่งเปรียบเทียบ PN กับ HA ชนิดที่ไม่ผ่านการเชื่อมโมเลกุลในบริเวณรอบดวงตา พบการเปลี่ยนแปลงของตัวชี้วัดคุณภาพผิวบางด้าน ข้อมูลนี้ทำให้ PN เป็นอีกตัวเลือกสำหรับการดูแลผิวรอบดวงตา โดยต้องเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับบริเวณและลักษณะผิวที่ต้องการดูแล งานวิจัย PN สำหรับผิวรอบดวงตา ↗

03

โปรแกรม Profhilo — HA โมเลกุลผสมในแนวทาง bioremodeling

โปรแกรม Profhilo ใช้ผลิตภัณฑ์ HA สูตรเฉพาะซึ่งมีโมเลกุลน้ำหนักสูงและต่ำร่วมกัน พัฒนาขึ้นสำหรับแนวทาง bioremodeling ซึ่งมุ่งดูแลคุณภาพและความยืดหยุ่นของผิว โดยมีข้อมูลทางคลินิกสนับสนุนด้านความชุ่มชื้นด้วย

โปรแกรม Profhilo จึงเป็นหนึ่งในตัวเลือกของการดูแลด้วย HA ความต่างอยู่ที่สูตรและแนวทางการใช้ ส่วนประโยชน์บางด้าน เช่น ความชุ่มชื้น มีส่วนทับซ้อนกับ HA Skin Booster อื่น ๆ การเลือกจึงดูว่าผลิตภัณฑ์ใดเหมาะกับผิวและบริเวณที่จะดูแล ข้อมูลผลิตภัณฑ์จาก IBSA ↗, การศึกษาด้านคุณภาพผิวในผู้หญิงเอเชีย ↗

รู้จักโปรแกรม Profhilo ที่ BEHAP ↗
COMPLEMENTARY CARE

เนื้อผิวและความอิ่มน้ำ ดูแลไปด้วยกัน

Morpheus8 Burst

เนื้อผิวและความกระชับ

Skin Booster

ความชุ่มชื้นและคุณภาพผิว
ตามผลิตภัณฑ์ที่เลือก

Morpheus8 Burst ดูแลความเรียบและความกระชับ ส่วน Skin Booster เสริมความชุ่มชื้นและคุณภาพผิวตามสูตรที่เลือก แพทย์จะจัดลำดับและเว้นช่วงให้เหมาะกับการฟื้นตัวของผิว จึงไม่จำเป็นต้องทำในวันเดียวกัน

05 / CARE THAT CONNECTS

จากรูทีนที่บ้าน สู่การดูแลที่ BEHAP

เมื่อรู้ว่าผิวต้องการการดูแลด้านไหน ก็สามารถเลือกวิธีและลำดับการดูแลได้ชัดขึ้น ที่ BEHAP คุณสามารถนำทั้งเป้าหมายผิวและรูทีนที่ใช้อยู่มาคุยกับแพทย์ เพื่อวางการดูแลให้เข้ากับผิวและชีวิตประจำวันของคุณ

เริ่มที่รูทีนประจำวัน เลือกสกินแคร์สำหรับดูแลความชุ่มชื้น ความมัน และสีผิว พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดด นี่คือส่วนที่คุณดูแลได้อย่างต่อเนื่องที่บ้าน

เสริมความเรียบและความกระชับด้วย Morpheus8 Burst เมื่อเป้าหมายอยู่ที่เนื้อผิว แพทย์จะพิจารณาบริเวณ หัวทิป ความลึก และพลังงานให้สอดคล้องกับการดูแล

เสริมความชุ่มชื้นและคุณภาพผิวด้วย Skin Booster เลือก HA, โปรแกรม PN หรือโปรแกรม Profhilo จากเรื่องที่ต้องการดูแลและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ แล้ววางช่วงเวลาร่วมกับหัตถการอื่นในแผน

แต่ละช่วงของการดูแลมีจุดให้ติดตาม ทั้งความชุ่มชื้น ความเรียบของผิว สีผิว และความกระชับ เพื่อให้รู้ว่าควรดูแลส่วนไหนต่อ และการดูแลที่ผ่านมาให้ผลอย่างไร

ภาพการดูแลผิวที่ BEHAP
BEHAP · ภาพประกอบการดูแล ไม่ใช่ผลก่อน–หลัง

GLASS SKIN / YOUR QUESTIONS

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกลาสกิน

กลาสกินต่างจากผิวมันอย่างไร?

กลาสกินเป็นลักษณะผิวที่ดูเรียบ อิ่มน้ำ และมีประกาย ส่วนความมันเกี่ยวกับน้ำมันบนผิว คนผิวมันยังรู้สึกตึงหรือมีขุยได้ จึงควรดูทั้งความมันและความชุ่มชื้นก่อนเลือกสกินแคร์

สำรวจสภาพผิวของคุณ ↗
อยากได้ผิวกลาสกิน เริ่มจากสกินแคร์อะไร?

เริ่มจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน มอยส์เจอไรเซอร์ และกันแดด broad-spectrum SPF 30 ขึ้นไป จากนั้นเลือกสารออกฤทธิ์ตามปัญหา เช่น Glycerin หรือ HA สำหรับความชุ่มชื้น และ Salicylic Acid สำหรับการอุดตัน โดยดูสูตรและการตอบสนองของผิวร่วมด้วย

ดูตารางส่วนผสมและรูทีน ↗
อยากได้ผิวกลาสกิน จำเป็นต้องทำหัตถการไหม?

ไม่จำเป็นเสมอไป หากรูทีนที่ทำอยู่ให้ผลตามที่ต้องการ ก็ทำต่อเนื่องได้ ส่วนคนที่ยังอยากดูแลความไม่เรียบหรือความกระชับเพิ่มเติม สามารถประเมินทางเลือกของหัตถการตามสภาพผิวได้

ดูบทบาทของ Morpheus8 Burst ↗
Morpheus8 Burst กับ Skin Booster ต่างกันอย่างไร?

Morpheus8 Burst ใช้เข็มขนาดเล็กนำพลังงาน RF เพื่อดูแลเนื้อผิวและความกระชับ ส่วน Skin Booster เป็นหัตถการฉีดเพื่อดูแลคุณภาพผิว เช่น ความชุ่มชื้นและความเรียบตามคุณสมบัติของแต่ละสูตร ทั้งสองมีบทบาทต่างกันและสามารถวางแผนร่วมกันตามสภาพผิว

เปรียบเทียบ HA, โปรแกรม PN และโปรแกรม Profhilo ↗
ต้องทำ Morpheus8 Burst และ Skin Booster ในวันเดียวกันไหม?

ไม่จำเป็นต้องทำในวันเดียวกัน แพทย์จะพิจารณาผลิตภัณฑ์ บริเวณที่จะดูแล และการฟื้นตัวของผิว เพื่อจัดลำดับและเว้นช่วงหัตถการให้เหมาะสม

ดูการวางแผนดูแลผิว ↗

YOUR NEXT CHAPTER

เริ่มต้น Glass Skin ของคุณที่ BEHAP

อยากให้ผิวดูอิ่มน้ำ แต่งหน้าเบา ๆ แล้วสดใส หรืออยากดูแลความเรียบและความกระชับไปพร้อมกัน มาคุยกับทีม BEHAP แล้วเล่าให้เราฟังว่าผิวแบบไหนที่คุณอยากได้

ให้แพทย์ช่วยประเมินสภาพผิว พร้อมทบทวนสกินแคร์ที่คุณใช้อยู่ แล้วเลือกการดูแลตั้งแต่ Daily Ritual ไปจนถึง Morpheus8 Burst และ Skin Booster ให้แต่ละขั้นช่วยในเรื่องที่คุณอยากให้ดีขึ้น

นัดประเมินผิวกับ BEHAP เพื่อออกแบบการดูแล Glass Skin ให้ครบทุกชั้นผิวในแบบที่เหมาะกับคุณ

รู้จักโปรแกรม Morpheus8 Burst ที่ BEHAP ↗

เครดิตภาพและแหล่งข้อมูลภาพ

ภาพไลฟ์สไตล์เป็นภาพถ่ายประกอบจาก Unsplash ไม่ใช่ผู้รับบริการ BEHAP หรือภาพผลการรักษา ผลิตภัณฑ์ที่ปรากฏในภาพไม่ได้เป็นรายการผลิตภัณฑ์ที่ BEHAP แนะนำ